พูดคุยกับแพทย์อย่างเป็นส่วนตัว ผ่านแอพ Chiiwii

บทความสุขภาพ

มีลูกสักคน ยากแค่ไหนเชียวนะ?

 

“ครอบครัว” สำหรับบางคน คำนี้จะสมบูรณ์ได้ แน่นอนล่ะต้องประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูก แต่งงานแล้ว ใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ก็ต้องอยากมีโซ่ทองคล้องใจ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้รักกันมากขึ้น มีจุดศูนย์กลางครอบครัวร่วมกัน แต่ทำยังไงนะ เราถึงจะมีลูกได้สำเร็จกันง่ายๆ ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องรอนาน ไม่ต้องเป็นปัญหาระหว่างสามีภรรยา วันนี้หมอจะมาเล่าวิธีการมีบุตรง่ายๆ กันค่ะ เริ่มกันเลยนะคะ

1. วางแผนมีลูกตั้งแต่อายุยังน้อย

ขึ้นต้นมาก็ยากซะแล้ว ก็แหม..ปัจจุบันกว่าจะแต่งงาน กว่าจะพร้อมมีลูกก็อายุอานามปาเข้าไปเท่าไหร่กันแล้ว ไม่เป็นไรค่ะ สำหรับคุณผู้หญิงที่ฝ่ายชายยังไม่พร้อม ตัวเราเองก็ยังไม่พร้อม งั้นเราวางแผนไปก่อน คิดส่วนตัวก่อน พอแต่งงานปุ๊บ ฝ่ายชายพร้อม เราก็พร้อมทันทีไงคะ ชีวิตที่มีการวางแผน ทุกอย่างจะราบรื่นได้ดีกว่าไม่มีแผนค่ะ ผู้หญิงที่แต่งงานเร็วก็จะมีลูกได้หลายคนมากกว่าคนที่แต่งงานช้านะคะ ช่วงวัยที่เหมาะสมและมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มาก คือ ช่วงอายุ 20-30 ปี เนื่องจากร่างกายมีความสมบูรณ์เต็มที่ รังไข่ยังทำงานได้ตามปกติ ไข่ไม่แก่ คุณภาพไข่ดี ถ้าตั้งครรภ์ได้ก็จะมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้น้อยมาก แต่ถ้าคุณผู้อ่านคนไหนเลยวัยนี้ไปแล้วก็ไม่ต้องกังวลค่ะ ถ้าแต่งงานช้า เราก็รวบรัดเร็วหน่อย อายุยิ่งมากไข่ก็จะแก่ไปกับเราทุกวันนะคะ

2. ทำการบ้านให้ถูกวัน

การบ้านในที่นี้ทุกคนคงเข้าใจตรงกันนะคะ มันคือการมีเพศสัมพันธ์ค่ะ ถ้ามีช่วงไข่ตกก็จะทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากที่สุด โดยปกติแล้วไข่จะตกในช่วงประมาณ 14 วันก่อนประจำเดือนรอบใหม่จะมา อ้าวๆๆ หมอคะ..แล้วเราจะรู้ได้ยังไงคะว่าอนาคตรอบใหม่จะมาเมื่อไหร่  ใช่ค่ะ ตามทฤษฎีเราต้องรู้วันที่ของรอบใหม่ แต่เราไม่มีทางรู้อนาคต เราเลยต้องประมาณการวันไข่ตก  ถ้ารอบเดือนมาสม่ำเสมอและมีรอบเดือนมาทุก ๆ 28 วันเสมอ วันไข่ตกก็อยู่ในช่วงวันที่ 14 ของรอบเดือน (นับวันที่ประจำเดือนมาวันแรกเป็นวันที่ 1 ของรอบเดือน) แต่ถ้ารอบเดือนยาวเป็น 30 วัน ดังนั้น วันไข่ตกก็อยู่ในช่วงวันที่ 16 ของรอบเดือน ดังนั้น ถ้ากรณีรอบเดือนไม่ใช่ 28-30 วัน ก็จะไม่สามารถใช้วันไข่ตก 14-16 ได้นะคะ กรณีไข่ตกวันที่ 14 ฝ่ายชายก็ทำการบ้านได้ในช่วงก่อนวันตกไข่ได้ประมาณ 2 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 12 ของรอบเดือน เพราะอสุจิจะมีชีวิตรอผสมไข่อยู่ได้ประมาณ 2 วันก่อนการตกไข่ และควรทำการบ้านซ้ำวันคาดว่าไข่ตกคือวันที่ 14 หรือซ้ำอีกทีวันที่ 16 กรณีวันไข่ตกคาดเคลื่อนตามรอบ 28-30 วัน บางคนก็ดักวันทั้งหน้ากลางหลัง แบบ วันที่ 13,15,17 ก็ได้นะคะ (ตัวเลขเยอะจัง ไม่ได้ไบ้หวยนะคะ แหะๆ) ทีนี้คนที่รอบเดือนไม่สม่ำเสมอจะมีวิธีช่วยยังไงดี เพราะนับวันลำบากแล้วสินะ ไม่ต้องน้อยใจไปค่ะ วิธีช่วยอื่นๆ ก็มีค่ะ เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิ การตรวจมูกที่ปากมดลูก การใช้ชุดตรวจการตกไข่ การตรวจน้ำลาย ฯลฯ เยอะเลย งั้นยกไปเล่าอีกหัวข้อใหญ่ครั้งหน้าเลยนะคะ

3. ขยันทำการบ้าน

ทำการบ้านบ่อยๆ ดีมั๊ย? ก็เจอคำถามนี้บ่อยๆ นะคะ แน่นอนค่ะ อะไรก็ตามทำซ้ำๆ ทำบ่อยๆ ก็ย่อมสำเร็จเข้าซักวัน แต่...ถามฝ่ายชายก่อนนะคะ ขยันได้มากแค่ไหน จะคางเหลืองกันมั๊ยน้า แล้วก็คงจะเครียดกันมากทีเดียว จ้องแต่จะทำการบ้าน แต่..ไม่ตรงวันไข่ตก โธ่..ที่พยายามกันตั้งมากมาย ไม่มีไข่มารอ แล้วสเปิร์มน้อยๆ จะเข้าไปนัดเดตกับใครกันนะ  อีกทั้งการหลั่งบ่อยมากไปจะทำให้ปริมาณของอสุจิลดน้อยลงด้วย โดยทั่วไปอสุจิควรมีการปลดปล่อยออกมาทุกๆ 3-4 วันค่ะ ดังนั้นให้มีเพศสัมพันธ์สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยไม่ดูวันไข่ตกเลย ก็มีโอกาสให้เค้านัดเดตกันได้เรื่อยๆ ทุกเดือนค่ะ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากกว่า แต่ถ้าช่วงวันไข่ตกก็ซ้ำวันเว้นวันตามที่แนะนำข้างต้นเลยค่ะ 12,14,16 หรือ 13,15,17 ได้เลยค่ะ

4. ท่วงท่าสำคัญไฉน

เอ..ดูท่าบทความนี้จะค่อนข้างอีโรติกซะแล้ว แหม..ก็เรื่องของการมีลูกจะไม่ให้อธิบายละเอียด ก็จะต้องมีคนมาถามละเอียดอีกนั่นล่ะค่ะ งั้นก็ตอบตรงนี้เลยนะคะ ว่าจริงๆ แล้วท่วงท่าการมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้มีความสำคัญมากนักหากว่าไม่มีปัจจัยที่จะมีอุปสรรคใดๆ การที่มีเพศสัมพันธ์สำเร็จทั้งสองฝ่าย เกิดการหลั่งได้ และสเปิร์มแหวกว่ายเข้าไปนัดเดตกับไข่ในมดลูกของฝ่ายหญิง ก็เกิดการปฏิสนธิได้เช่นกันค่ะ ก็มีความเชื่อที่ว่าท่ามิชชันนารี (Missionary) หรือท่าที่ผู้หญิงนอนหงายอยู่ด้านล่าง ส่วนฝ่ายชายอยู่ด้านบน เป็นท่าที่สามารถมีลูกได้ง่ายที่สุด เนื่องจากฝ่ายชายสามารถสอดใส่เข้าไปได้ลึกและหลั่งน้ำอสุจิเข้าไปที่ปากมดลูกได้โดยตรง แต่ถ้ามีข้อจำกัดเช่นฝ่ายหญิงอ้วน ก็จะไม่สามารถสอดใส่ในท่านี้ได้เต็มที่ก็ต้องปรับเปลี่ยนเป็นท่าที่เข้าด้านหลังของฝ่ายหญิงก็จะช่วยให้สอดใส่ถึงปากมดลูกได้ดีกว่า ดังนั้นหมอว่าท่าที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายผ่อนคลายได้มากที่สุด ปรับเปลี่ยนไปตามปัจจัยของแต่ละคู่ค่ะ  

5. อย่าอ้วน

คำนี้ช่างทำร้ายจิตใจผู้หญิงอย่างเราซะจริง สำคัญเหรอคะหมอ ก็แค่อ้วน อ้วนก็มีหัวใจ อ้วนก็อยากมีลูกค่ะ ใจเย็นๆ นะคะ ค่อยๆ ฟังก่อนค่ะ ผู้หญิงที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ ระดับฮอร์โมนเพศจะสม่ำเสมอคงที่ ไม่มีการรบกวนจากเมตาโบลิซึ่มหรือการเผาผลาญไขมันและน้ำตาลในกระแสเลือดที่มีผลต่อฮอร์โมนรังไข่ค่ะ ถ้าฮอร์โมนรังไข่มีตัวรบกวน ก็จะทำให้ไม่สมดุล เกิดการตกไข่ที่ผิดปกติ และมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ลดลงค่ะ  โดยมีงานวิจัยที่ระบุว่า การมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะใช้เวลาเป็น 2 เท่าของคนน้ำปกติจึงจะตั้งครรภ์ได้ โดยเราเทียบความปกติดโดยดูค่า BMI หรือสัดส่วนของน้ำหนักและส่วนสูงค่ะ (ค่าBMI คำนวนจากน้ำหนักหารด้วยส่วนสูงยกกำลังสองค่ะ) ถ้าBMI เกิน 25 ถือว่าอ้วนค่ะ ควรลดน้ำหนักนะคะ จะท้องได้ง่ายขึ้นค่ะ อ๊ะๆ คนผอมอย่าเพิ่งยิ้มค่ะ ผอมเกินไปก็มีผลนะคะ ถ้า BMI ต่ำกว่า 18 ก็จะใช้เวลามากถึง 4 เท่าของคนน้ำหนักปกติจึงจะสามารถตั้งครรภ์ได้นะคะ แต่ส่วนใหญ่ปัญหาผู้หญิงกับความอ้วนเจอเยอะกว่า หมอเลยตั้งหัวข้อนี้ว่า “อย่าอ้วน” ค่ะ ส่วนในกลุ่มผู้ชายก็ไม่รอดนะคะ ไม่ใช่ว่าจะทำน้ำหนักเท่าไหร่ก็ได้ มีงานวิจัยที่พบว่า ผู้ชายที่อ้วนจะมีจำนวนอสุจิลดลง 22% และมีความเข้มข้นลดลง 24% ดังนั้นชวนกันหุ่นดีค่ะ ทั้งชายและหญิงเลยนะคะ

6. ลดความเครียด

สังเกตมั๊ยคะ เค้าว่ากันว่า ถ้าใครยังไม่มีลูก  ก็มักจะมีคนแนะนำให้หาเวลาพักผ่อน หาวันไปเที่ยว ฮันนีมูนรอบที่ล้านแปด เพื่อให้มีตัวไม่สมบูรณ์ และทำให้ตัวอ่อนที่ปฏิสนธิแล้วฝังตัวได้ยากขึ้น ส่วนฝ่ายชายนั้นจะมีผลต่อระดับฮอร์โมน Testosterone ปริมาณการหลั่งน้อยลงและจำนวนอสุจิลดลง มีการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ดังนั้นในช่วงที่มีความเครียดการผลิตอสุจิและการตกไข่จะถูกยับยั้ง ส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากขึ้น ถ้าสามารถบรรเทาอาการหรือผ่อนคลายความเครียดได้จะช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น ดังนั้น ชวนกันเที่ยวค่ะ นับวันไข่ตกตามข้อ 2 ที่หมอแนะนำแล้ว จองตั๋วเที่ยวเลยค่ะ พักผ่อนกันในฉ่ำปอดแล้วมีตัวน้อยกลับมาค่ะ

7. งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

ข้อนี้หนักๆเลยคงต้องแนะนำฝ่ายชายเป็นหลัก เพราะสุรายาเมาและบุหรี่ก็มักจะคู่กับความเป็นชายชาตรีตามความเชื่อสมัยเก่าสิคะ การดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ เป็นประจำจะลดโอกาสการมีลูกลงถึงร้อยละ 50 โดยจะมีผลทำให้ปริมาณของอสุจิลดลง ไม่แข็งแรง เคลื่อนไหวไม่ดี หรือมีรูปร่างผิดปกติ ทั้งยังเป็นสาเหตุลดการดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นต่อความแข็งแรงของอสุจิ อย่างธาตุสังกะสี ส่วนการสูบบุหรี่นั้นจะทำให้ฮอร์โมนเพศชายผิดปกติ อสุจิมีจำนวนลดลง อสุจิไม่มีคุณภาพ ส่วนฝ่ายหญิงก็จะเกิดการรบกวนฮอร์โมนและลดการตกไข่ อีกทั้งมีผลยาวต่อถึงระยะตั้งครรภ์ทำให้ทารกเกิดความพิการได้แต่กำเนิดค่ะ

8. ดื่มกาแฟกันดีมั๊ย

คอกาแฟบางท่านไม่อ่านข้อ1-7 เลย ขออ่านข้อนี้ก่อนเลยดีกว่า ก็ติดกาแฟอยู่แล้ว จะให้หยุดจะได้ยังไงกันนะ มีงานวิจัยว่าการได้รับคาเฟอีนเกินกว่าวันละ 300 มิลลิกรัมหรือประมาณ 1 แก้ว จะเพิ่มโอกาสการแท้งบุตรได้ เดี๋ยวๆ งั้นแปลว่าถ่ารับประทานน้อยกว่า วันละ 300 มิลลิกรัม ก็ได้สินะ ใช่ค่ะ คอกาแฟโล่งใจได้เลยค่ะ ถ้าเรารับประทานไม่มาก ก็มีผลน้อยมากค่ะ ดังนั้นไม่ต้องถึงกับเลิกก็ได้ค่ะ แค่ลดปริมาณลง ดื่มวันละไม่เกิน 1 แก้วนะคะ หรือบางวันเปลี่ยนไปดื่มชาอ่อนๆ ชาอโรมา ช่วยผ่อนคลาย ได้คาเฟอีนอ่อนๆแทนกาแฟก็ดีนะคะ ส่วนฝ่ายชายที่เป็นคอกาแฟ เตรียมกระโดดดีใจได้เลยค่ะ เพราะมีงานวิจัยว่าคาเฟอีนวันละ 300-500 มิลลิกรัมหรือประมาณ 1-2 แก้ว ช่วยให้สเปิร์มน้อยๆคึกคักและวิ่งได้เร็วมากขึ้นค่ะ

9. อย่าให้บริเวณอัณฑะร้อน

การผลิตอสุจิจากอัณฑะจะมีการทำงานได้ดีสุดเมื่อมีอุณหภูมิเย็นกว่าอุณหภูมิร่างกายปกติ และจะสร้างอสุจิได้น้อยลงเมื่ออยู่ในภาวะที่ร้อนเกินไป ดังนั้น การอาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำร้อนออนเซ็นเป็นเวลานาน ๆ การนั่งขับรถนานๆ การนั่งมอเตอร์ไซค์ที่ตากแดดนาน ๆ กางเกงในรัดแน่นเกินไป การใส่โทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกง การเล่นโน๊ตบุ้คบนตัก จะมีผลต่อการทำลายสเปิร์มได้ค่ะ

10. หลีกเลี่ยงการใช้เจลหล่อลื่น

เจลหล่อลื่นที่มีขายอยู่ทั่วไปมีคุณสมบัติเป็นเจลข้นที่อาจขวางทางเป็นอุปสรรค อาจลดการเคลื่อนไหวของอสุจิลงร้อยละ 60-100 จึงทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้น้อยลง แต่ปัจจุบันในต่างประเทศมีเจลหล่อลื่นที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้มีผลลดลงแล้วแต่ยังหาซื้อยากมากค่ะ

11. สร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง

ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ทำให้ร่างกายไม่อ้วน และไม่ผอมโทรม อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและเหมาะสม นอนพักผ่อนให้เต็มที่ลดความเครียด รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ระวังไม่ให้ขาดสารอาหาร กินอาหารให้สมดุล ทั้งโปรตีนจากเนื้อสัตว์และวิตามินจากผักใบเขียว เกลือแร่และแคลเซียมจากนมจืดไขมันต่ำ ระวังสารเคมีที่พิษ เช่น สารตะกั่ว ควันเสีย ยาฆ่าแมลง ฯลฯ

12. รับประทานโฟลิคเพื่อลูกน้อยในครรภ์

โฟลิควันละ 0.4 มิลลิกรัม ช่วยให้ตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น ลดความพิการของทารก ควรรับประทานอย่างน้อย 3 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ สามารถรับประทานได้ยาวนานล่วงหน้าเป็นปีโดยไม่มีผลเสียค่ะ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกครอบครัวประสบความสำเร็จในการสร้างตัวน้อย สร้างเสียงหัวเราะในบ้าน เพื่อครอบครัวที่สมบรูณ์นะคะ

โดย พญ.อัญชุลี พฤฒิวรนันทน์


Loading ...
Success