พูดคุยกับแพทย์อย่างเป็นส่วนตัว ผ่านแอพ Chiiwii

  • Q ท้องผูก ถ่ายเป็นเส้น ค่อนข้างเล็ก
    11-11-2016 23:56:16

    ท้องผูก ถ่ายเป็นเส้น ค่อนข้างเล็ก เป็นมาเป็นเดือนแล้ว หญิง อายุ 60 ปี เคยมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ (นิ่วและทางเดินปัสสาวะอักเสบ)


    12-11-2016 17:17:49

    อาการท้องผูก ที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เเละควรไปพบแพทย์ระบบทางเดินอาหารเพื่อตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ - อายุมาก- อาการท้องผูกเพิ่งเป็นมาไม่นาน แต่มีอาการมากขึ้นเรื่อยๆ - อุจจาระเรียวเล็ก หรือมีมูกเลือดปน- ปวดเบ่งเวลาถ่ายอุจจาระ- คลำก้อนได้บริเวณท้อง //ส่วนอาการทางเดินปัสสาวะ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับท้องผูกเท่าใดนักค่ะ

  • Q สงสัยเป็นibs
    11-11-2016 23:16:35

    คุณหมอคับ คือผมอายุ25 มีโรคประจำตัวคือ กรดไหลย้อน ไมเกรน แต่สักหลังมามีอาการโรคibs ลักษณะอาการเด่นเลยคับ ปวดท้องเกร็ง แทบจะตลอดเวลา ท้องร้องโครกครากทั้งที่ทานอาหารแล้ว เป็นอยู่ข้างเดียวคือข้างขวา ไปหาหมอที่โรงพยาบาลชุมชน หมอให้แต่buscopan มาทาน รุ้สึกว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย และมีอาการปวดถ่ายหลังทานอาหารทันทีคับ ผมควรทำไงดี วิตกจริตไปหมดแล้ว งานการเสียหมดเลยหมอ ตอนนี้เครียดจนจะเป็นบ้าแล้วคับ เป็นอย่างนี้มาสามเดือนแล้วคับคุณหมอ


    13-11-2016 17:17:19

    โรคลำไส้แปรปรวนหรือ Irritable bowel syndrome (IBS) เป็นกลุ่มอาการปวดท้องเรื้อรังร่วมกับมีการขับถ่ายผิดปกติค่ะ ได้ทั้งท้องผูก/ท้องเสียหรือสลับกัน เมื่อถ่ายแล้วอาการปวดท้องดีขึ้น โดยที่ไม่มีความผิดปกติอื่นของลำไส้ เช่น "ถ่ายอุจจาระมีมูกหรือเลือดปน น้ำหนักลด ซีด อาเจียน อุจจาระมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ มีอาการปวดเบ่งถ่ายอุจจาระไม่สุด"  ซึงเท่าที่ฟังจากอาการที่เล่ามาแล้วอาจเข้าได้กับกลุ่ม IBS ค่ะ ภาวะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจนการรักษาเป็นการรักษาตามอาการ แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถทำให้อาการดีขึ้นได้ ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับความเครียด วิตกกังวล หมอแนะนำให้ออกกำลังกาย ไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารเป็นเวลา ไม่ทานอาหารที่มีไขมันสูง และเลือกทานอาหารที่มีกากใย หากยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการผิดปกติทางลำไส้อื่นตามข้างต้น หรือมีประวัติโรคมะเร็งลำไส้ในครอบครัว แนะนำไปพบแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหาร เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องต่อไปค่ะ

  • Q ยาพ่นที่มีสเตียรอยด์ชนิดใดบ้างใช้ในหญิงตั้งครรภ์
    11-11-2016 21:46:19

    เกริ่นประวัติก่อนนะคะ - ปัจจุบันอายุ 36 ปี ตอนเด็กๆ มีอาการ จาม น้ำมูกไหล เวลาฝนใกล้จะตก - ปี 2550 เริ่มมีพ่นยา Ventulin หรือ Beradualใน ER ปีนึงซักประมาณ 2 ครั้งที่เป็นหวัด (แต่ไม่ได้ให้ยาพ่นมาพ่นเองที่บ้าน) เวลาเป็นหวัดแล้วจะมีอาการเจ็บคอ คันคอ แล้วเริ่มไอ พอไอติดๆกัน หายใจเรื่มมีเสียงวี๊ดๆแล้วค่ะ -ปี 2551 ตอนกลางคืนอาการเย็น หายใจมีเสียงวี๊ด จะเป็นเฉพาะช่วง ตี2-ตี5 ทุกวัน เป็นเวลาราว 1 เดือน แต่หลังตื่นนอนทั้งวันอาการเหล่านี้หายไปปลิดทิ้ง ไปพบหมอเล่าอาการให้ฟัง เค้าให้ยาพ่น Ventolin Evohaler สำหรับพ่นเวลาหอบ และยาพ่น Seretide Accuhaler (ม่วง กลม)เพื่อป้องกัน ใช้แค่ชุดเดียวแล้วก้อจบ ไม่ได้ใช้อีกเลย หลังจากนั้นใช้ชีวิตตามปกติค่ะ ไม่มีอาการหืดหอบ -หลังจากนั้น นานๆครั้ง ปีละ1-2 ครั้ง ยังคงมีอาการเดิม คือ เวลาเป็นหวัดเจ็บคอ คันคอ เริ่มไอบ่อย เสียงวี๊ดมาอีก ไปที่ห้องฉุกเฉินอีก หมอพ่นยา Ventulin หรือ Beradual ให้อีกที่ ER ไม่ได้ให้ยาพ่นมาพ่นเองที่บ้าน -ปี 2553 เราคลอดลูกค่ะ ช่วงที่ท้องมีเป็นหวัดบ้าง แต่ไม่มีอาการหอบ แต่หลังจากคลอดเราคิดว่าสุขภาพเราแย่มาก นอนไม่ค่อยพอ รู้สึกเพลีย ๆ ไม่ค่อยแข็งแรง -จุดพีคเริ่มเมื่อ ปี 2554 เราเป็นหวัด รอบนี้มีอาการไอ ยาวนานมากกว่าปกติ ตอนกลางคืนแทบจะนอนไม่ได้เลย ต้องลุกขึ้นมาไอ มีเสมหะเยอะมาก รอบนี้เราไม่ได้ไป รพ . ซื้อยาจากร้านยา เล่าอาการให้ฟัง เภสัชจัดยา+ให้ยาพ่น Ventolin Evohaler มาพ่นที่บ้านเมื่อมีอาการ >> หลังจากนั้นเริ่มมีอาการไอตอนกลางคืน ดึกๆคนอื่นหลับกันหมด แต่เราต้องลุกขึ้นมานั่งไอ ไอหนักมากพอตอนกลางวันเริ่มดีขึ้น ตกกลางคืนอาการไอมาอีกแล้ว เราใช้แต่ยาพ่น Ventolin Evohaler +ยากินที่เภสัชจัดให้ เป็นอย่างนี้มา 2 ปี เป็นๆหายๆ ร่างกายเราผอม โทรมมาก นน.เหลือ 49 จากหลังคลอด 60 กก. พักผ่อนตอนกลางคืนไม่พอเลย ต้องลุกมาไอ ไหนจะลูกอีก (บ้านเราอยู่ต่างอำเภอ เราไม่ค่อยชอบไป รพ.ชุมชนใกล้บ้าน มีอาการอะไร เราจะไปซื้อยาตามร้านขายยา (เภสัชจัดยาให้) ปี 2556 เราตัดสินใจไปปรึกษาหมอที่ รพ.ในเมือง เป็นหมอเฉพาะทางเกี่ยวกับทรวงอก หมอจัดยากินชุดใหญ่ 1 ชุด (ยาขยายหลอดลม+ยาภูมิแพ้+salbutamal กิน + ยาพ่นสเตียรอยด์ Symbicort ) เชื่อมั๊ยว่า พ่นยาตัวนีไป วันแรกอาการหอบหืดหายเป็นปลิดทิ้งเลย ลักษณะการพ่นยา ***เดือนแรก คือ เช้า 2Puff เย็น 2 Puff ***เดือนถัดไป เช้า 1 เย็น 1 (ตั้งแต่มียาตัวนี้ เราควบคุมอาการหอบได้ดีมาก) จนกระทั่งค่อยๆลดยา จนหยุดยา พอหยุดยาเรามีอาการอีก หมอเลยให้เรากลับไปเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่แรกอีก คือ เช้า 2 เย็น 2 (1เดือนแรก) หลังจากนั้น เช้า 1 เย็น 1 การรักษาของหมอ ต้องใช้เวลานะ เกือบปี ที่เราไปตามนัด แต่ท่านก้อให้กำลังใจ บอกว่าถ้าทำตามคำแนะนำ ต่อไปอาจไม่ต้องใช้ยาพ่น โรคนี้หายไปได้ แต่ต้องมาตามนัดสม่ำเสมอ .... แต่เป็นความผิดของเราเองที่ไม่ได้ไปตามนัด แต่เรายังคงใช้ยาตัวนี้นะ(ซื้อยาจากร้านขายยา) คือ พ่นก่อนนอน 2 Puff ทุกวัน ปัจจุบันไม่มีอาการหอบหืดเลย นน.ก้อเพิ่มขึ้น ทานข้าวได้ อาการปกติ ... แถมคิดไปเองอีกด้วยว่า เวลาเป็นหวัด อาการไอแทบจะไม่มี แต่อาการภูมิแพ้เช่น คัดแน่นจมูก จาม น้ำมูกจะมีเป็นบางครั้ง แต่ทานยาภูมิแพ้อาการเหล่านี้ก้อหายไป คำถาม....เราใช้ยาSymbicort ติดต่อมาตลอดนาน 3 ปีแล้วค่ะ ตั้งใจว่าจะตังครรภ์เร็วๆนี้ เลยกังวลว่า ยาตัวนี้จะมีผลต่อเด็กทารกในครรภ์มั๊ยคะ หรือถ้ามีผลสามารถเปลี่ยนเป็นตัวยาอะไรได้บ้างค่ะ แต่ถ้าให้หยุดยาเด็ดขาดจริงๆ ตอนนี้ไม่สามารถทำได้ค่ะ เคยพยายามค่อยๆลด นานสุด เกือบอาทิตย์ค่ะ ที่หยุดได้ แต่จะมีอาการแน่นอึดอัด หายใจไม่ค่อยสะดวกตามมาค่ะ //// หรือถ้าทำให้หายขาดจากโรคภูมิแพ้นี้ สามารถจัดการยังไงได้บ้างคะ อยู่ จ. สุราษฎร์ธานีค่ะ


    12-11-2016 23:16:17

    ขอแนะนำในส่วนของอาการภูมิแพ้ คัดแน่นจมูก จามหรือมีน้ำมูกในช่วงขณะตั้งครรภ์​นะคะ แนะนำหากไม่มีอาการ ไม่จำเป็นต้องทานยาแก้แพ้ค่ะ ใช้เพียงน้ำเกลืออุ่นๆล้างจมูก แต่หากควบคุมอาการไม่ได้ สามารถใช้ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก ได้ค่ะ แต่ได้เพียงบางชนิดที่ปลอดภัยเท่านั้น คือ 1. ยา chlorpheniramine ( ผลข้างเคียง มีฤทธิ์ง่วงซึมค่อนข้างมาก )  2. loratadine 3. cetirizine ซึ่ง 2 ตัวหลังนี้ไม่ค่อยทำให้ง่วงมากค่ะ

  • Q เจ็บหน้าอกซ้าย หน้ามืด บ้านหมุน มีสาเหตุจากอะไรได้บ้างคะ
    10-11-2016 11:06:33

    มีอาการเจ็บหน้าอกซ้ายตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา 5พย หน้ามืด บ้านหมุน ไปหาหมอมาแล้ว ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ก็ปกติดี หมอระบุว่ากระดูกอ่อนอักเสบ กินยาต้านอักเสบ ยังไม่รู้สึกว่าดีขึ้น ยังเจ็บที่หน้าอกอยู่ แต่อาการหน้ามืดบ้านหมุน หายไป จะมีโอกาสเป็นโรคอื่นไหมคะ รบกวนด้วยคะ


    10-11-2016 12:29:19

    บริเวณหน้าอก เป็นที่อยู่ของ อวัยวะ หลายอย่าง ตั้งแต่ ผิวหนัง เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ กระดูกซี่โครง เยื่อหุ้มปอด ปอด และหัวใจลักษณะการเจ็บอก และอาการจะแต่งต่างกันไป ตามอวัยวะที่เป็นสาเหตุ เช่น- เจ็บอก จากผิวหนังบริเวณหน้าอก อักเสบ เป็นแผล ปวดบวมแดงร้อน ซึ่งตรวจได้ง่าย จากการมองเห็น- เจ็บอก จากกล้ามเนื้อและกระดูก จะเจ็บตื้อหรือแปล็บ สัมพันธ์กับท่าทาง เช่น เอี้ยวตัวแล้วปวด หรือ ไอแล้วเจ็บ- เจ็บอกจากปอด จะมีอาการไอ หรือ ไข้ ร่วมด้วย- เจ็บอกจากกล้ามเนื้อหัวใจ มักเปนในคนสูงอายุ มีโรคร่วมเยอะ เช่น เบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง อาการคือ เจ็บแน่นตื้อกลางอก อาจร้าวไปคางหรือคอ บางทีมีเหงื่อแตกใจสั่นร่วม ตรวจโดยทำคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เดินสายพาน หรือ สวนหัวใจ การตรวจเพิ่มเติม พิจารณาตามลำดับจากอาการของโรคว่าคิดถึงโรคนี้หรือไม่ค่ะ- เจ็บอกจากเยื่อหุ้มหัวใจ มักตรวจยาก หายใจแล้วเจ็บ เหนื่อยเวลาออกแรง//ลองสังเกตอาการ และปรึกษาแพทย์ดูนะคะ

  • Q การรักษาdm type1 ในอนาคต
    08-11-2016 20:12:53

    เคยได้ยินเรื่องอินซูลินอัจฉริยะที่ฉีดอาทิตย์ละครั้ง(อังกฤษ),แผ่นแปะอินซูลิน,อินซูลินชนิดกิน,การใช้ลำไส้เล็กผลิตอินซูลิน(ไทย) คุณหมอคิดว่าจะสามารถนำมาใช้จริงในไทยได้ไหมครับ อีกนานไหมครับ ลูกชายผมอายุ9ขวบเป็น dm type1 มาได้ประมาณหนึ่งปี ในฐานะพ่อมีความเป็นห่วงและสงสารลูกมากครับ พอจะมีความหวังกับวิวัฒนาการใหม่ๆไหมครับ ขอขอบพระคุณครับ


    09-11-2016 12:12:57


    เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากออโตอิมมูน จึงมักเจอในเด็ก ซึ่งพ่อแม่มักกังวลและเป็นห่วงลูกอย่างมาก หมออยากให้ยอมรับและเข้าใจตัวโรค ฝึกให้ลูกรู้จักดูแลตัวเอง รู้จักเลือกอาหารที่รับประทาน ออกกำลังกาย เพื่อให้ลูกใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กอื่นที่ไม่เป็นเบาหวาน แนะนำคุณพ่อเข้าชมรมเบาหวานเด็กและวัยรุ่นของศิริราช มีอาจารย์ และพ่อแม่ที่มีลูกๆเป็นเบาหวานเหมือนกัน มาอัพเดทข้อมูล แลกเปลี่ยนประสบการณ์ดีๆ 

    เบาหวานชนิดที่ 1 รักษาด้วยยาฉีดอินซูลิน โดยแบ่งเป็น อินซูลินออกฤทธฺ์ยาว ฉีดวันละครั้ง ร่วมกับ ออกฤทธิ์สั้น ฉีดก่อนมื้ออาหาร ดังนั้น เด็กต้องฉีดยาอินซูลินเข้าใต้ผิวหนังวันละ 4 ครั้ง

    ยาอื่น 

    1. ยาฉีดชนิด insulin pump คือ แปะ ที่ใต้ผิวหนังหน้าท้องให้เครื่องปล่อยอินซูลินตลอดเวลา และกดยาเพิ่มหากรับประทานอาหาร (ยังต้องจ่ายเงินเอง ไม่รวมในสิทธิการรักษา)

    2. ยาฉีดอินซูลิน สำหรับฉีดสัปดาห์ละครั้ง ได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยาแล้ว ให้รักษาเบาหวานชนิดที่ 2 โดยเป็นยาในกลุ่ม glucagon-like peptide-1 (GLP-1) receptor agonist. (ยังไม่ให้ใช้ในเบาหวานชนิดที่ 1)

    3. ยาพ่น : ปีที่แล้ว มียาออกใหม่ในอเมริกา สามารถใช้ในเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ ใช้พ่น (inhaled insulin) ชื่อ Afrezza เป็นยาออกฤทธิ์สั้น หากใช้ยานี้ ก็ยังคงต้องฉีดอินซูลินที่ออกฤทธิ์ยาว (basal insulin) ควบคู่ไปด้วย

    4. ส่วนอินซูลินรูปแบบอื่น เช่นแผ่นแปะ หรือแบบรับประทาน ยังอยู่ในการทดลอง ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้แพร่หลายค่ะ

    //ปล. 1 ไม่แนะนำให้คุณพ่อทดลองยาสมุนไพร เนื่องจากมีเด็กเสียชีวิตแล้วหลายราย

    // ปล. 2 มีความหวังกับวิวัฒนาการใหม่ๆ แน่นอนค่ะ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ต่างประเทศศึกษาค้นคว้าเพื่อผลิตยาใหม่อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่รอเวลาของการศึกษา และรอให้ได้รับการยอมรับรวมถึงพิสูจน์อย่างชัดเจนว่าใช้ได้จริงในมนุษย์ค่ะ

    อย่างไรก้ดี วิวัฒนาการใหม่ แลกมาซึ่งราคา อาจต้องพิจารณาต่อไปค่ะ ว่าสามารถใช้ในไทยได้หรือไม่

    เป็นกำลังใจให้นะคะ

  • Q หายใจไม่ทั่วท้อง
    08-11-2016 14:57:04

    มีอาการหัวใจเต้นเร็ว หายใจไม่เต็มปอด เหงื่อออก มวนท้องแต่ไม่มีถ่ายหรืออาเจียน ทานอาหารไม่ได้ คล้ายจะเป็นลม สภาพอากาศวันที่เป็นครึ้มฟ้าครึ้มฝน เพิ่งเป็นครั้งแรก นอนพักแล้วดีขึ้นคะ แต่ก็ยังมีอาการมึนหัวเล็กน้อย ควรไปพบแพทย์หรือรอดูอาการก่อนดีคะ


    08-11-2016 17:17:58

    แนะนำไปพบแพทย์ หากนอนพักแล้วไม่ดีขึ้น หรืออาการเป็นซ้ำบ่อยๆ เนื่องจากที่เล่าอาการมา ดูเหมือนมีอาการร่วมกันหลายระบบ ทั้งระบบหัวใจ ระบบการหายใจ ระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น

  • Q ป่วยบ่อย
    06-11-2016 19:55:11

    เป็นไข้ตอนเย็นเเทบทุกวัน ปวดหัว ตื่นเช้าน้ำมูกไหล ปากชอบเป็นร้อนใน ขับถ่ายไม่ค่อยดี ท้องผูกบ่อย


    07-11-2016 00:03:56

    จากอาการมีน้ำมูกไหลช่วงเช้าเกือบทุกวัน ร่วมกับปวดหัว และมีไข้เกือบทุกวัน ต้องระวังอาการไซนัสอักเสบเรื้อรัง ทางที่ดีควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านหูคอจมูกเพื่อตรวจเพิ่มเติมค่ะ ส่วนที่เป็นร้อนในบ่อยๆ ขับถ่ายยาก ลองทานน้ำให้มากขึ้นโดยเฉลี่ย 1-2 ลิตร/วัน รับประทานผักผลไม้ที่มีกากใย หาเวลาพักผ่อน/ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดี ช่วยได้ทั้งอาการภูมิแพ้และระบบขับถ่ายค่ะ

  • Q สอบถามเกี่ยวกับเรื่องตับ
    04-11-2016 09:04:13

    สวัสดีค่ะ ขอสอบถามปัจจุบันอายุ 36 เป็นโรคไวรัสตับซี สายพันธ์ 1a 22/2/2015 ตรวจ HCV RNA : 3,160,000 iu/ml 22/2/2015 SGOT = 13 SGPT=15 (ท้อง 2 เดือน) 11/10/2015 SGOT=28 SGPT=44 (ตรวจหลังคลอดลูก 2 เดือน 31/3/2016 SGOT=24 SGPT=30 (ตรวจหลังคลอดลูก 7 เดือน) 31/3/2016 AFP (ALPHA FETOPROTEIN) 15.04 High 0-9 26/10/2016 SGOT=27 SGPT=51 1.ต้องการสอบถามว่า ตอนนี้ค่าตับสูงขึ้น ตอนนี้มีอาการปวดหัวไมเกรนทุกวัน ถ้าทาน นูโรเฟนทุกวันจะทำให้ตับแย่ลงหรือเปล่าคะ ตอนนี้ทาน fishoil และ วิตามินซี 1000 mg และเอสเซ็นเชียล 2 เม็ด เช้าเย็น ทุกวันทานได้ไหมคะ 2.ค่าตับที่สูงขึ้นมันจะลดลงได้ไหมคะ


    04-11-2016 13:30:45

    ไวรัสตับซี หากปริมาณไวรัสมาก ทำให้ค่าการทำงานของตับผิดปกติได้ ( เพิ่มSGPT ) รักษาโดยการใช้ยาลดไวรัสตับ แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านทางเดินอาหารและตับ 

    ส่วนยาวิตามิน fishoil และ วิตามินซี 1000 mg และเอสเซ็นเชียล  ไม่ได้มีส่วนช่วยลดการอักเสลของตับ หรือลดปริมาณไวรัสค่ะ

    ส่วนนูโรเฟน เป็น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS ไม่ได้ทำให้ตับแย่ลง แต่ทำให้ บวมน้ำ ความดันสูงขึ้น และ ไตเสื่อมได้ค่ะ ไม่แนะนำให้ทานติดต่อกันเป็นเวลานานค่ะ

  • Q นิ่วในไต
    02-11-2016 15:31:07

    สวัสดีครับ ผมมีคำถามเมื่อประมาณต้นปี 2016 ที่ผ่าน มาเกิดปวดท้องมาก ผมจึงไปตรวจที่โรงพยาบาล ใกล้บ้าน ปรากฏว่าเจอนิวในไต เม็ดประมาณ 3 มิล ปวดมาประมาณ 6 เดือนพยายามออกกำลังกาย เพื่อให้เกิดการสั่นสะเทือนเพื่อให้นิ่วเคลื่อนตัว หลุดลงมาในกระเพาะฉี่เอง พร้อมทั้งทานยาขยาย ท่อไตเพื่อให้ท่อไตขยายและนิ่วไหลลงมา แต่ ปรากฏว่า 6 เดือนไม่ได้ผลอะไร คิดว่าจะผ่า แต่จู่ๆ ก็หายปวดไปเฉยๆ ตอนนี้ยังปกติดี แสดงว่านิ่วนี้หลุดไปแล้วหรือยังครับ หรือควรไปตรวจให้แน่ใจอีกครั้งครับ แล้วท่อไตที่โดนนิ่วตกกระทบระหว่าง ที่ผมปวดท้องจะเป็นแผลอะไรรึเปล่าครับ ขอบคุณครับ


    02-11-2016 19:55:05

    ความจริงแล้ว นิ่ว 3 มิลลิเมตร มันอาจหลุดลงมาในกระเพาะปัสสาวะ และอาจออกมากับปัสสาวะได้เองค่ะอาการหายปวด อาจบอกได้ว่านิ่วหลุดออกไปแล้ว หรือ นิ่วยังอยู่ แต่ไม่ก่อการอักเสบ จึงไม่ปวดแนะนำให้ไปตรวจยืนยันอีกครั้งให้แน่ใจ ว่ายังมีนิ่วอยู่หรือไม่ค่ะ 

  • Q ขอคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความดันโลหิตค่ะ
    01-11-2016 15:57:44

    สวัสดีค่ะ ดิฉันหนัก 112กิโลกรัม สูง 170ซม. เคยวัดความดันโลหิต ค่าที่วัดได้ประมาณ 158/92 อยากลดความดันโลหิตโดยไม่ต้องกินยา ควรทำอย่างไรคะ


    01-11-2016 16:51:55

    การลดความดันโลหิต

    - ไม่ใช้ยา: 

    1. ลดน้ำหนักประมาณ5-10% จากนน. เดิม จะลดความดันได้ประมาณ 5 มม.ปรอท

    2. ออกกำลังสม่ำเสมอ แบบแอโรบิค เช่น เต้นแอโรบิค ว่ายน้ำ 

    3. รับประทานผัก ( DASHdiet )

    4. งดหรือลดอาหารเค็ม ไม่เติมเครื่องปรุงในอาหาร เช่น ซีอิ้ว ซอส น้ำปลา เต้าเจี้ยว

    - ยาลดความดัน มีหลายกลุ่ม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาต่อเนื่อง

    # หากลองลดความดันโดยวิธีที่ไม่ใช้ยา แล้วยังคุมความดันไม่ได้ ควรรับประทานยา เพื่อควบคุมให้ ความดัน < 130/80 มม.ปรอท จะได้ลดโรคแทรกทางหัวใจ ไตและสมองในอนาคตค่ะ

    #หมายเหตุ หาก อายุ < 35 ปี แนะนำหาสาเหตุของความดันสูงด้วยค่ะ เช่น โรคไทรอยด์ ไต ต่อมหมวกไต

Loading ...
Success