พูดคุยกับแพทย์อย่างเป็นส่วนตัว ผ่านแอพ Chiiwii

  • Q อาการตากระตุก
    06-01-2017 19:58:10

    มีอาการตาข้างซ้าย กระตุก เป็นช่วงๆ ไปพบหมอแล้วให้ยามาทาน 1 เดือน ผ่านไป กระตุกน้อยลง หมอนัดไปพบและให้ยาตัวเดิมมาทานอีก 3 เดือน ชื่อยา rivotril 0.5mg คำถาม 1. ผมจะมีโอกาสหายเป็นปกติไหม 2. ถ้าทานยาแล้วไม่หายควรทำไงต่อ 3. อาการดังกล่าว เกิดจากอะไรครับ ขอบคุณครับ Email : tunapus@icloud.com


    07-01-2017 09:36:09

    จากคำถามเรื่องหนังตากระตุกนะคะ

    1. ยา เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ในการรักษาหนังตากระตุกค่ะ ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการดีขึ้น บางรายดีขึ้นชั่วคราว บางรายอาจไม่ตอบสนอง ซึ่งยาที่นิยมใช้กันก็คือยา Rivotrilหรือclonazepam ที่คุณได้รับมานี่ค่ะ

    2. ในรายที่รักษาด้วยยารับประทานไม่ได้ผลดีการรักษาอีกวิธี คือการฉีดโบท็อกซ์เข้าที่กล้ามเนื้อบริเวณหนังตาที่มีการกระตุก เป็นวิธีที่ได้ผลดีและเห็นผลเร็ว แต่ผลของยาไม่ได้อยู่ถาวรบางรายอาจต้องได้รับการฉีดซ้ำ ทั้งนี้บางรายอาจมีความจำเป็นต้องรักษาอาการอย่างอื่นที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการหนังตากระตุกควบคู่ไปด้วย เช่นรักษาตาแห้ง ใส่แว่นกันแดด ถ้ามีการอักเสบหรือความผิดปกติของกระจกตา หนังตาก็ควรได้รับการรักษา 

      3.   สาเหตุของหนังตากระตุกแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

             1.กลุ่มที่ตรวจพบสาเหตุ โดยมักเกิดจากการที่มีสิ่งกระตุ้นให้ระคายเคืองบริเวณเปลือกตา เยื่อบุตา หรือกระจกตา เช่น ความผิดปกติของขนตา, ตาแห้ง, เยื่อบุตาอักเสบ, การอักเสบหรือติดเขื้อที่กระจกตา หรือแม้แต่ความผิดปกติในสมองก็เป็นสาเหตุได้

             2.กลุ่มที่ไม่ทราบสาเหตุ หรือที่เรียกว่า Benign Essential Blepharospasm เป็นอาการตากระตุกที่ยังไม่ทราบกลไกการเกิดและสาเหตุที่แน่ชัด เชื่อว่าอาจเกิดจากส่งกระแสประสาทในการควบคุมการกระพริบตามีความผิดปกติ

    **จากที่คุณเล่ามาว่ารับประมาณยาแล้วอาการกระตุกน้อยลงก็มีแนวโน้มที่ดีนะคะ หมอแนะนำว่าให้รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งและไปตรวจติดตามอาการดูก่อนค่ะ พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลสุขภาพ อย่าเพิ่งเครียด เพราะความเครียดเองก็อาจกระตุ้นให้หนังตากระตุกได้ค่ะ^^

  • Q ความดันตา 2 ข้างสูงค่ะ
    31-12-2016 03:22:27

    เป็นมา 5 ปีแล้วค่ะหยอดยาตลอดแต่ก็ขึ้นๆลงๆ ช่วงปีนี้ความดันลูกตาสูงขึ้นตลอดจนถึง 30 หมอที่รักษาอยู่ก็ยังให้หยอดยาเหมือนเดิมค่ะ ไม่อยากตาบอดเลยค่ะ ทำยังไงดีคะ


    31-12-2016 18:55:09

    ก่อนอื่นต้องขอชี้แจงก่อนนะคะ ว่าความดันลูกตาเป็นเพียงปัจจัยเสี่ยงหนึ่งในการเกิดต้อหิน แต่ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญและเป็นเพียงปัจจัยเดียวที่เราควบคุมได้ (ซึ่งการใช้ยาหยอดลดความดันตาก็เป็นวิธีหนึ่งในการควบคุมความดันตา) 

    นั่นหมายความว่าผู้ที่มีความดันลูกตาสูงทุกคนไม่จำเป็นจะต้องเป็นต้อหิน ต้องอาศัยผลการตรวจอย่างอื่นเพื่อช่วยในการวินิจฉัยและบอกระดับความรุนแรงของโรคที่เป็นอยู่

    โดยทั่วไปการรักษาของแพทย์คือจะพยายามลดความดันลูกตาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่ให้ขั้วประสาทตาถูกทำลาย ซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับ ระยะของโรคที่เป็น คือถ้าเป็นระยะแรก ระดับความดันตาที่ต้องควบคุมให้ได้อาจสูงกว่ารายที่เป็นรุนแรงกว่า

    สรุปในกรณีของคุณ หมอยังไม่ทราบว่าเป็นต้อหินชัดเจนแล้วหรือยัง และเป็นในระดับใด หรือเป็นกลุ่มที่มีความดันลูกตาสูงที่มีความเสี่ยงในการเป็นต้อหินเท่านั้น จึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ว่าความดันตาระดับนี้ถือว่าสูงเกินไปหรือเปล่า หรือควรจะลดลงมากกว่านี้หรือไม่

    อย่าเพิ่งกังวลนะคะ แนะนำว่าให้ปรึกษาจักษุแพทย์ที่ดูแลก่อน^^

  • Q อยากทราบชื่อยาหยอดขยายม่านตาของเด็กค่ะ
    17-12-2016 22:25:02

    อยากทราบชื่อยาหยอดขยายม่านตาของเด็ก เพื่อวัดค่าสายตาค่ะ ชื่ออะไร ใช้อย่างไร มีผลข้างเคียงอะไรมั้ย และวิธีการปฏิบัติตัวหลังหยอดยาค่ะ พอดีหมอนัดลูกชายวัดค่าสายตา ต้องหยอดยาขยายม่านตาก่อนตรวจ


    19-12-2016 17:39:04

    ยาที่ใช้เพื่อวัดค่าสายตาในเด็ก ในประเทศไทยที่นิยมใช้มีสองตัว

    1. 1% cyclogyl eye drop เป็นตัวที่นิยมใช้เป็นหลัก ตามจริงต้องเรียกว่ายาลดการเพ่งถึงจะถูกต้องตามหลักการออกฤทธิ์ของยา ซึ่งอาจทำให้ม่านตาขยายได้นิดหน่อย โดยหลักแล้วเมื่อหยอดยาครบ และคุณหมอทำการวัดสายตาให้แล้ว ตัวยาเองสามารถมีฤทธิ์อยู่ได้นาน 12-24 ชั่วโมงจากหยดสุดท้าย ทำให้น้องมีอาการมองใกล้ไม่ชัด แพ้แสงได้บ้างตามระยะเวลาที่ยาออกฤทธิ์ แนะนำเตรียมแว่นกรองแสง และถ้าหากวันรุ่งขึ้นมีการเรียนที่ต้องอ่านเขียนใกล้ๆ อาจไม่สามารภทำได้ ควรแจ้งให้คุณครูทราบ ตัวยาจะแสบหลังจากที่หยอด ส่วนมากจะหยอด 3 ครั้ง ที่ 5-10 นาทีในวันที่นัดมาตรวจ 

    2. 1% atropine eye drop มักใช้เพื่อการวัดสายตาเฉพาะในเด็กที่มีตาเขเข้าใน เนื่องจากยานี้มีฤิทธิ์ในการลดการเพ่งแลพขยายม่านตาได้มาก แต่ออกฤทธิ์ช้า และเช่นกันหมดฤทธิ์นาน ต้องหยอดมาก่อนนัด 3 วัน วันละ2 ครั้ง และสามารถมีฤทธิ์อยู่นานเป็น สัปดาห์ บางครั้งจะใช้ยานี้ในคนไข้ที่มีม่านตาอักเสบช่วยลดการหดเกร็งของม่านตา 

    ยังมียาอีกประมาณ 3 ชนิดแต่ไม่นิยมใช้ในเมืองไทยครับ 

    ทั้งหมดก็เพื่อการวัดสายตาให้แม่นยำ น้องอาจร้องและบ่นว่าตามัวหลังหยอดคุณแม่ไม่ต้องตกใจครับ หากเตรียมตัวมาก่อนว่าต้องทำอะไรบ้างก็จะทำให้การตรวจราบรื่น สนุกสนาน ได้ผลแม่นยำ 

  • Q จอประสาทตาบวมจากเบาหวาน
    09-12-2016 11:00:29

    พี่ชายอายุ 49 ปี น้ำหนักตัวได้มาตรฐานตามเกณฑ์ BMI มีไขมันรอบเอวเล็กน้อย ไปตรวจสุขภาพประจำปี พบว่าเป็นเบาหวาน (น้ำตาล 270) มี LDL สูง จากการที่แพทย์ซักประวัติคาดว่าน่าจะเกิดจากการที่ชอบดื่มน้ำผลไม้กระป๋องและน้ำอัดลม แพทย์ยังไม่ให้ยากินแต่ให้ปรับพฤติกรรมการกิน 1 เดือน กลับไปตรวจซ้ำพบว่าน้ำตาลลดลงเหลือ 150 น้ำตาลสะสมสูง แพทย์ตัดสินใจสั่งยา Metformin ทานเช้า-เย็น นัด 1 เดือน ไปตรวจพบว่าระดับน้ำตาลลงมาเหลือ 115 แต่ LDL สูงเล็กน้อย แพทย์ให้ทานยา Simvastatin 10 mg ก่อนนอน และส่งต่อให้จักษุแพทย์ตรวจจอประสาทตา พบว่ามีเบาหวานขึ้นตาเล็กน้อย คือ จอประสาทตาบวมเล็กน้อย แพทย์ฉีดยาเข้าน้ำวุ้นตาเป็น Beva eye injection โดยให้เหตุผลว่าเพื่อระงับการลุกลามของอาการ และนัด 1 เดือนมาตรวจซ้ำ เมื่อมาพบแพทย์ตามนัด แพทย์แจ้งแค่ว่า ต้องฉีดยาซ้ำทุกเดือนจนครบ 6 เดือน ดีกว่าปล่อยให้เป็นมากขึ้นจะรักษาลำบาก คำถามคือ ตอนนี้พี่ชายดูแลสุขภาพในส่วนของการควบคุมอาหารให้เป็น healthy eating habits ได้ดีมาก คือไม่ติดของหวาน งดน้ำผลไม้น้ำอัดลมได้หมด ทานผักผลไม้ตามปกติ คุมคาร์บแต่ละมื้อให้ serving size ลดลง และเป็น whole grain ไม่ใช่ refined grain คุมไขมันด้วยการประกอบอาหารเองโดยใช้ไขมันดีจากน้ำมันมะกอกสำหรับจานผัดที่ไม่ใช้ความร้อนสูง และลดการบริโภคของทอดนอกบ้านทุกประเภท คุมอาหารรสเค็มโดยบันทึกปริมาณโซเดียมในอาหารทุกมื้อจากคลังข้อมูลอาหาร และออกกำลังกายสม่ำเสมออาทิตย์ละ 3 ครั้ง ... ถ้าดูแลในระดับนี้แล้ว ตรวจน้ำตาล ไขมัน สม่ำเสมอ สามารถควบคุมได้ดี (ล่าสดน้ำตาลปกติแล้ว น้ำตาลสะสมใกล้ปกติ) และกินยาเบาหวานไม่ได้ขาด มีความจำเป็นต้องฉีดยาเข้าน้ำวุ้นตาจนครบโดสตามที่หมอแนะนำหรือไม่ เพราะหมอเองก็ไม่เคยเอาข้อมูลการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดมาดูประกอบเลย ไม่สนใจพฤติกรรมการปรับตัวด้านสุขภาพของคนไข้ จะให้ฉีดยาอย่างเดียว ซึ่งพี่ชายฉีดมาแล้วสองเข็ม ครั้งแรกตาอักเสบบวมไปหนึ่งคืน ครั้งที่สองฉีดแล้วปกติไม่มีปัญหา เรียนถามคุณหมอว่าควรฉีดต่อให้ครบหรือระงับไปไม่ต้องฉีดต่อดีครับ ขอบคุณมากครับ


    09-12-2016 16:25:47

    การรักษาอาการจอตาบวมจากเบาหวานจักษุแพทย์จะพิจารณาจากการตรวจความบวมของจอตาเป็นหลักค่ะ ถ้าตรวจพบว่ายังมีการบวมของจอประสาทตาการฉีดยาก็จะได้ประโยชน์ อีกทั้งในปัจจุบันมีผลการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า การฉีดยาเข้าน้ำวุ้นตา ทุกเดือน ต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือน (ถึงแม้จะเริ่มมองเห็นดีขึ้นแล้วในช่วงเวลาก่อน 6 เดือน) จะส่งผลดีต่อการมองเห็นในระยะยาว เมื่อครบ 6 เดือน แพทย์จะทำการตรวจประเมินจอตา เพื่อพิจารณาการรักษาต่อไปอีกครั้งว่าจะหยุดฉีดยาได้หรือยืดระยะเวลาการฉีดแต่ละครั้งให้ห่างออก

         อย่างไงก็ตามการควบคุมระดับน้ำตาล และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ เป็นสิ่งที่ดีแล้วค่ะ  เพราะถ้าคุมได้ดี ก็จะส่งผลดีต่อการรักษาตาด้วย^^

  • Q เด็กหนังตาเล็ก 1ข้างตั้งเเต่เกิด
    07-12-2016 18:53:51

    ขอเรียนถามคุณหมอเรื่องหลานค่ะ หลานอายุ 1 ขวบ 4 เดือน ตาข้างขวาเล็กกว่าข้างซ้ายตั้งเเต่เกิด พ่อเเม่ของหลานเพิ่งพาไปพบคุณหมอตาเมื่อ 2-3เดือนก่อน คุณหมอเเนะนำให้ปิดตาด้วยผ้าก๊อสข้างที่ปกติเพื่อฝึกกล้ามเนื้อตาข้างที่มีปัญหา เเต่หลานเเกะออกตลอดจึง ขอเรียนถามว่า 1. ตอนนี้เด็กจะมีปัญหาเรื่องการมองเห็นไหมคะเพราะเวลามองอะไร หลานต้องเเหงนหน้ามองตลอด 2. ถ้าเด็กไม่ให้ความร่วมมือในการปิดตาต้องทำอย่างไร 3. วิธีการรักษาต่อไปต้องมีผ่าตัดไหมคะ เเละต้องรีบทำไหมค่ะ ขอขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ


    07-12-2016 23:29:12

    จากประวัติที่เล่ามาร่วมกับการรักษาที่คุณหมอได้ให้ไป น้องน่าจะเป็นหนังตาตกตั้งแต่กำเนิดในข้างขวามากกว่าลูกตามีขนาดเล็ก ขอตอบคำถามเป็นประเด็นนะครับ

    1.เมื่อหนังตาตกมาบังการมองเห็น เป็นธรรมดาที่น้องเค้าต้องแหงนหน้ามอง เพื่อหลบหนังตาที่ตกลงมาบัง เมื่อเวลาเราแหงนหน้าลูกตาจะเคลื่อนลงล่าง ทำให้สามารถมองเห็นได้ แสดงว่าน้องเค้ายังคงมีการทำงานของการมองเห็นได้อยู่ ซึ่งเราก็ไม่อยากให้เค้าต้องแหงนหน้ามองตลอดเวลา (ดูแล้วไม่ค่อยสบายคอ อีกทั้งมักมีคนทักที่น้องแหงนหน้ามอง) เราจึงต้องช่วยเค้าโดยการปิดตาข้างที่ดี เพื่อให้เค้าได้ฝึกใช้กล้ามเนื้อหนังตาบนช่วยยกเปลือกตาบนข้างที่มีหนังตาตก เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันตาขี้เกียจในตาข้างที่หนังตาตก อีกทั้งเพื่อเป็นการบริหารกล้ามเนื้อนั้น เพื่อคาดหวังว่าหากกล้ามเนื้อนั้นโตได้พอก็อาจไม่ต้องทำการผ่าตัดก็ได้

    2.เป็นธรรมดาไม่มีเด็กคนไหนยอมให้ปิดตาข้างที่ดีอยู่แล้ว คุณพ่อแม่ต้องเข้มแข็งอย่ายอมแพ้ ยืดหยัดเพื่อลูก เมื่อปิดตาแล้วแนะนำหากิจกรรมสนุกสนานให้ทำ เล่นเกมส์ ดูหนังสือ ดูTV ดูtablet เป็นตัวหลอกล่อดึงความสนใจของเด็กออกมาจากที่ปิดตา ค่อยๆเพิ่มเวลาปิดตา จาก5นาที เป็น 10 นาที เป็น 30 นาที เป็นชั่วโมง ที่สำคัญต้องอดทนครับ

    3.ถ้าปิดตาแล้วยังไม่สามารถทำให้หนังตาที่ตกยกขึ้นได้พอ หรือมีตาขี้เกียจเกิดขึ้นทั้งที่ปิดตาแล้ว ก็คงต้องมีการผ่าตัดเข้ามาช่วยครับ ไม่รีบร้อนครับ โดยทั่วไป อายุตั้งแต่2 ปีขึ้นไปสามารถทำได้แล้วครับ แต่ทั้งนี้อายุที่เริ่มทำผ่าตัดจะต่างกันไปตามบริบทเช่นตกไม่มาก ยอมปิดตา ไม่มีตาขี้เกียจ รอจนโตสัก9-10ปีค่อยทำก็ได้ หรือตกมาก ปิดไม่ได้เลย มีตาขี้เกียจเกิดขึ้นแล้ว ทำไวครับตั้ง2ขวบขึ้นไป แต่ทั้งนี้ การตรวจติดตามตาขี้เกียจยังคนจำเป็นต่อเนื่องแม้ในรายที่ผ่าตัดเรียบร้อยแล้วก็ตาจนกว่าจะพ้นวัยในการเป็นตาขี้เกียจ (9ปี)

  • Q ตาไม่นิ่ง ในเด็ก
    18-11-2016 09:28:22

    ขณะนี้น้องอายุ 1ปี10เดือน เป็นโรคตาไม่นิ่ง ถ้าต้องผ่าตัด จะผ่าตัดแบบใด และผ่าทีละข้างหรือสองข้างพร้อมกันค่ะ


    18-11-2016 22:19:59

    ขออนุญาต ตอบกว้างๆครับ เพราะคำว่าตาไม่นิ่งมีหลายแบบมาก ต้องตรวจถึงจะบอกได้ว่าควรผ่าตัดแบบไหน คุณหมอแต่ละท่านมี ไม่เหมือนกัน ประสบการณ์ต่างกัน เคสแบบเดียวกันรักษาต่างกันได้เป็นเรื่องไม่แปลก โดยส่วนตัวหมอในกรณีตาสั่น ตาไม่นิ่ง จะผ่าตัดกล้ามเนื้อตา ชนิดตัดออกและเย็บเข้าที่เดิมไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งใดหากไม่มีตาเข ผ่าตัดสองข้างพร้อมกันครับ. ขอเรียนตอบกว้างๆ ครับ 

  • Q การเจริญของจอประสาทตาในเด็กคลอดก่อนกำหนด
    13-11-2016 19:56:01

    เรียนสอบถามคุณหมอค่ะ ลูกสาวคลอดก่อนกำหนดที่ 25 สัปดาห์ นน. 700 กรัม ขณะนี้อายุประมาณ 49 สัปดาห์ มีปัญหา ROP stage 3 plus ที่ตาทั้งสองข้าง โดยฉีดยาทั้งสองข้างและเลเซอร์ที่ตาข้างซ้าย หลังการรักษาพบว่า ตาข้างซ้ายเป็นปกติ ไม่พบภาวะผิดปกติเพิ่ม ส่วนตาข้างขวา (ไม่ได้เลเซอร์) มีพบเส้นเลือดผิดปกตินิดหน่อย แต่อาการดีขึ้น ปัจจุบัน (อายุ 49 สัปดาห์) ตรวจพบว่า ตาข้างขวานั้น การเจริญเติบโตของเส้นประสาท (หรือเส้นเลือด ไม่แน่ใจ) ยังพัฒนาไม่สิ้นสุด นั่นคือ ยังพัฒนาไม่ถึงขอบสุดของตา ซึ่งคุณหมอเจ้าของไข้บอกว่าค่อนข้างช้า แต่เราก็ต้องคอยดูต่อไป คำถามคือ มีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่จะพัฒนาไม่สุด แล้วจะมีผลต่อการมองเห็นรึเปล่าคะ ปล. พึ่งสงสัยหลังจากหาหมอกลับมาบ้านแล้วค่ะ เลยไม่ได้ถามขณะตรวจ และจะเจอหมออีกที 6 สัปดาห์หน้า เลยร้อนใจอยากทราบความเป็นไปได้ก่อนค่ะ ขอบพระคุณมากๆค่ะ


    14-11-2016 12:34:08

    ในเด็กคลอดก่อนกำหนดที่ไม่มี ROP โดยทั่วไปที่ 42-45 สัปดาห์เส้นเลือดก็จะโตสุดขอบจอประสาทตาแล้วครับ แต่จากการรักษาโดยการฉีดยามักพบว่าเส้นเลือดจะโตช้ากว่าปกติ เพราะการฉีดยาจะไประงับการงอกใหม่ของเส้นเลือดที่ผิดปกติ และส่วนนึงอาจมีผลต่อการเจริญเติบโตเส้นเลือดปกติด้วยเล็กน้อย บางรายอาจ 55 สัปดาห์กว่าจะสมบูรณ์ แต่ในส่วนปลายทางแทบจะไม่มีผลต่อการมองเห็น ดังนั้นความกังวลไม่น่ามากครับ เราให้ความสนใจในส่วนตรงกลางมากกว่า แต่อย่าลืมการตรวจติดตามนะครับ. การรักษาว่าสำคัญแล้วการตรวจติดตามพัฒนาการการมองเห็นก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน  

  • Q คันตรงบริเวณหัวตา
    04-11-2016 11:52:30

    มีอาการคันหัวตา และเวลากระพริบตา เหมือนมีอะไรอยู่ใต้เปลือกตาใกล้ๆหัวตา และมีความรู้สึกคันในโพรงจมูกด้วย เป็นๆหาย มาประมาณ 8 เดือนแล้ว ไปหาหมอเมือเดือนมีนาคม ปี2559 หมอบอกว่าเหยื่อบุตาอักเสบ ให้ยามาหยอดและก็หายไป และประมาณ 1เดือนก็กลับมาเป็นอีก และเหมือนมีอะไรมาบังลูกตา มองไม่ค่อยชัดเจน แต่เวลาหยอดตา มีความรู้สึก ว่าสายตาชัดเจนมาก


    04-11-2016 14:10:44

    อาการคันมักจะเป็นอาการภูมิแพ้ค่ะ ยิ่งมีอาการคันในโพรงจมูกด้วยแล้ว หมอคิดว่าน่าจะมีภาวะภูมิแพ้ที่ตาทำให้เกิดอาการคัน เคืองหรือไม่สบายตา กลุ่มโรคภูมิแพ้นี้มักจะเป็นเรื้อรังขึ้นกับหลายปัจจัยแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การสัมผัสสิ่งที่แพ้ บางช่วงอาจมีอาการมากจนตรวจเจอการอักเสบ

    การรักษา คือ การรักษาตามอาการค่ะ เมื่อมีอาการก็หยอดยาแก้แพ้หรือหยอดยาลดอาการระคายเคือง ซึ่งจะทำให้สบายตาและมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ช่วงที่มีการอักเสบก็อาจจำเป็นต้องได้ยาลดการอักเสบด้วยในช่วงสั้นๆ  และที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้

  • Q ลูกชายชอบขยิบตาซ้ายถี่ๆค่ะ
    03-11-2016 23:11:47

    สวัสดีค่ะคุณหมอ ลูกชายอายุ8ขวบ เค้าชอบขยิบตาซ้ายถี่ๆค่ะ ทีแรกคุณแม่คิดว่าเป็นพฤติกรรมเลียนแบบเพื่อนมาจากโรงเรียน แต่น้องก็ทำแบบนี้มาเป็นปีแล้ว ถือว่าเป็นโรคทางตารึเปล่าคะ ต้องพาน้องไปหาคุณหมอทางสายตาตรวจดูมั๊ยคะ? รบกวนขอคำแนะนำจากคุณหมอด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ


    06-11-2016 23:55:12

    ขอบคุณมากๆนะคะ

  • Q ตาเขในเด็ก
    01-11-2016 12:35:02

    เราจะทราบได้อย่างไรคะว่าเด็กตาเข จากสายตายาว จะไม่เกิดภาวะตาขี้เกียจขึ้นด้วยค่ะ ภาวะตาขี้เกียจจะเกิดขึ้นเสมอหากเกิดการมองเห็นที่ผิดปกติคะ พอดีลูกชายอายุ 1.5 ขวบ ไปหาหมอเนื่องจากตาเข และตรวจวัดสายตาพบว่ายาว 700 และ 800 ค่ะ จึงไม่แน่ใจเรื่องภาวะตาขี้เกียจที่อาจเกิดขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ


    01-11-2016 15:10:15

    จากตัวเลขสายตายาวโดยประมาณ. ถ้าสายตายาวสองข้างมากกว่า 500 หรือสายตายาวไม่เท่ากันข้างที่ยาวมากกว่าเกิน 100 ขึ้น แบบนี้ต้องระวังสายตาขี้เกียจ ในกรณีน้องสายตายาวสองข้างมากกว่า 500 มีความเสี่ยงสูงในการมีสายตาขี้เกียจ แต่ในทุกๆๆการไปตรวจจะมีการตรวจวัดการมองเห็นอยู่แล้ว ในเด็กเล็กกว่า3ปี อาจบอกได้คร่าวๆๆว่าข้างไหนมีสายตาขี้เกียจ ...  แต่ถ้าน้องใช้แว่นตาได้ติดตา ปรับแว่นตาให้เหมาะสมกับค่าสายตา ปิดตาตามที่คุณหมอสั่งโอกาสเกิดสายตาขี้เกียจจะน้อยลงครับ สายตาขี้เกียจสามารถรักษาได้ดีถึงอายุ 9ปี เป็นกำลังใจให้คุณแม่และน้องด้วยครับ สู้ๆๆ อย่าเบื่อการใส่แว่นและการปิดตาก่อนนะครับ

Loading ...
Success