พูดคุยกับแพทย์อย่างเป็นส่วนตัว ผ่านแอพ Chiiwii

  • Q วิตามินบี สำหรับเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์และทานระหว่างตั้งครรภ์
    06-11-2016 22:48:35

    วิตามินบี สำหรับเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์และทานระหว่างตั้งครรภ์ เท่าที่อ่านมาจาก เว็บที่ไม่ใช่เป็นบทความจากแพทย์หรือจากแพทย์แต่ไม่แสดงชื่อหรือไปก๊อปมาแต่ไม่ได้ให้เครดิตแต่มีโฆษาอาหารเสริมข้างเนื้อหา ด้วยอัตราส่วน 1:1(ชื่อโคตรน่าเข้าผิดว่าเป็นเว็บหมอ) วิตามิน บี ที่สำหรับ คนท้องมีดังนี้ วิตามินบี 1 วันละ 1.5-1.6 mg. วิตามินบี 2 ควรรับประทานวันละ 1.6 mg. วิตามินบี 6 วันละ 2.2 mg. วิตามินบี 9 (กรดโฟลิก) วันละ 360-400 mcg. วิตามินบี 12 ก็ควรจะได้รับวันละ 2.2 mg. วิตามินซี ควรได้รับวันละ 70-95 mg. วิตามินอี วันละ 10 IU วิตามินดี แคลเซียม วันละ 1,200-1,500 mg. ไอโอดีน ควรได้รับวันละ 175-200 mcg. ธาตุเหล็ก ควรได้รับวันละ 30 mg. แมกนีเซียม ควรรับประทานวันละ 300-355 mg. ฟอสฟอรัส ควรได้รับวันละ 1,200 mg. ขึ้นไป ซีลีเนียม วันละ 65 mcg. สังกะสี หรือ ซิงค์ วันละ 15 mg. น้ำมันปลา (Fish oil) โปรตีน แต่ในทางกลับกัน เว็บที่น่าเชื่อถือ กลับบอกแค่ เหล็กกับโฟลิค แต่เรื่องของวิตามินบี มีขนาดยาที่ไม่ได้บอกไว้ จึงอยากทราบ เรื่องของปริมาณวิตามิน บี ที่จำเป็นและขนาดที่ควรได้รับ


    07-11-2016 11:04:13

    วิตามินที่สำคัญสำหรับก่อนตั้งครรภ์ มีตัวเดียวค่ะ คือโฟลิค ปริมาณ 0.4มก. จำเป็นสำหรับการป้องกันความพิการของทารก โดยเฉพาะในหญิงที่มีความเสี่ยงเช่น อายุมากกว่า35ปี แต่โดยทั่วไปโฟลิคที่มีขายในไทยจะเป็นขนาด5มก ซึ่งไม่เป็นอันตรายแม้ว่าจะรับประทานเกินขนาดที่ต้องการในแต่ละวัน ควรรับประทานก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย1เดือนค่ะ ดังนั้นรับประทานวันละ1เม็ดก็เพียงพอค่ะ

    ส่วนวิตามินอื่นๆ มีความต้องการพื้นฐานต่อร่างกายในแต่ละวัน แต่ปริมาณที่ต้องการต่ำมากค่ะ ไม่จำเป็นต้องได้รับเสริม เนื่องจากเราสามารถรับจากอาหารปกติที่รับประทานได้เพียงพอ ยกเว้นเราอยู่ในพื้นที่กันดาร ขาดสารอาหาร ไม่ได้รับประทานอาหารเพียงพอค่ะ 

    วิตามินสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่สำคัญมีแค่2ตัวค่ะ คือโฟลิคและธาตุเหล็ก ซึ่งโฟลิคจะมีความสำคัญในช่วงไตรมาสแรก เกี่ยวกับการสร้างระบบประสาทและสมอง ป้องกันความพิการของทารกค่ะ ขนาดที่ต้องการเท่ากับก่อนตั้งครรภ์ แต่เมื่อพ้นไตรมาสแรกแล้ว เหล็กจะมีความสำคัญตามมาเนื่องจากเหล็กเป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดที่จะนำพาสารอาหารสู่เซลล์เพื่อสร้างอวัยวะทั้งร่างกาย เหล็กที่ต้องการคือขนาด 200 มก ค่ะ

    วิตามินอื่นก็รับได้จากอาหารเพียงพอด้วยเหตุผลเดียวกันค่ะ อาจจะมีบางตัวที่สำคัญรองลงมาซึ่งอาจต้องพิจารณารับเสริมในบางราย ได้แก่แคลเซียม 

    แคลเซียมควรได้รับขณะตั้งครรภ์ 1000-1200มก เราสามารถรับจากอาหารได้ประมาณ 300-400มก ดังนั้นควรเสริมแคลเซียมจากนมเพิ่มอีก600-800มก ซึ่งเทียบเท่ากับนมสด 2-3กล่องต่อวัน แต่ในปัจจุบันมีข้อสันนิษฐานเรื่องการกระตุ้นภูมิแพ้นมวัวในทารกสัมพันธ์กับแม่ที่รับประทานนมต่อวันมากเกินไปขณะตั้งครรภ์ จึงแนะนำให้เสริมแคลเซียมเม็ดขนาด 600มก และลดปริมาณนมวัวเหลือ200-500มก หรือนมสด1-2กล่องพอค่ะ

    อีกตัวที่ในวงการแพทย์มีใช้ให้เห็นจริงจังคือวิตามินบี6 เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่า ในหญิงตั้งครรภ์ที่แพ้ท้องรุนแรงพบว่ามีระดับวิตามินบี6ต่ำเกินมาตรฐานมาก เมื่อเสริมวิตามินบี6แล้วจะช่วยลดอาการแพ้ท้องรุนแรงได้ แต่ไม่ได้จำเป็นต้องเสริมในทุกรายค่ะ และหากจะเสริมก็แค่ช่วงแพ้ท้องในไตรมาสแรกค่ะ

    สรุปว่าวิตามินที่จำเป็นมีแค่โฟลิคก่อนตั้งครรภ์ และโฟลิคกับเหล็กสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ส่วนตัวอื่นๆแนะนำให้รับจากอาหารปกติที่รับประทานในแต่ละวัน ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ5หมู่ ควรรับประทานผักผลไม้ น้ำเปล่าเป็นประจำ จะไม่เกิดภาวะขาดสารอาหารแน่นอนค่ะ 

  • Q ปวดปีกมดลูกด้านซ้ายเวลามีประจำเดือน
    06-11-2016 08:28:52

    สวัสดีคะ ดิฉันอายุ 30ปี เคยผ่าคลอด1ครั้งเมื่อปี57 ในช่วง2-3เดือนมานี้ ถ้ามีประจำเดือนจะรู้สึกปวดปีกมดลูกด้านซ้าย ยิ่งกด ยิ่งเจ็บ แต่ถ้าไม่มีประจำเดือนก็ไม่รู้สึกปวดนะคะ ปกติ อยากทราบว่า ต้องทานยาอะไรไหมคะ หรือไปให้คุณหมอตรวจภายใน (ดิฉันเคยตรวจภายในหลังคลอด 1เดือน คะ) ด้วยรักและเคารพ ขอบคุณคะ


    06-11-2016 10:39:07

    ถ้าบอกว่าเคยคลอดปี57 แล้วตรวจหลังคลอด ตอนนี้ปี59 แล้วก็ควรได้รับการตรวจซ้ำประจำปีนะคะ ยิ่งถ้ามีอาการผิดปกติยิ่งควรไปตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุค่ะ อาจมีการอักเสบ เนื้องอกมดลูก ซีสต์รังไข่ค่ะ 

  • Q ปวดท้องเมนมากกว่าปกติ
    06-11-2016 00:19:59

    อยากถามว่าเกิดจากอะไร อาการ 1.อายุ 31 โสด ไม่มีสามีและลูก ปวดท้องเมน มากขึ้นทั้งที่เมื่อก่อนก็ปวดไม่มากแต่ตอนนี้ก็ต้องกินยาแก้ปวดตลอด ปวดจนตัวงอ นอนก็ไม่หลับ ทรมานมาก 2.เมนมาน้อยลง จากที่มา 5-7 วัน เหลือ3-4 วัน วันแรกไม่ปวดมานิดเดียวสีคล้ำ วันที่ 2,3 มามากขึ้น และจะปวดท้องมาก วันที่ 4 ไม่ปวดมานิดเดียวเหมือนวันแรก


    06-11-2016 10:37:08

    อาการปวดประจำเดือน เกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ อาจเป็นแค่การอักเสบ ซึ่งใช้ยารักษาได้ หรืออาจเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกมดลูก ชอคโกแลตซีสต์อายุ31 แม้ว่าจะโสด ก็ควรได้รับการคัดกรองความเสี่ยงเรื่องมะเร็งปากมดลูก และยิ่งมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือนด้วย ก็ยิ่งต้องพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุค่ะ แนะนำให้ไปตรวจนะคะ

  • Q หลังตรวจภายใน
    05-11-2016 20:32:51

    อยากทราบว่า เป็นคนโสด ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ตรวจภายใน จะมีเลือดออกทุกครั้ง 2-3 ปี ตรวจครั้ง แต่ออกทุกครั้ง เป็นอะไรไหมคะ


    11-11-2016 17:45:48

    ถ้าผลตรวจออกมาปกติ ไม่เป็นไรค่ะ 

    อาจเป็นเลือดที่ออกจากการเสียดสีของเครื่องมือ เพราะคนโสดจะมีช่องคลอดแคบ และถ้าอายุมากด้วย ช่องคลอดอาจจะแห้งค่ะ

    ถ้าอายุ<40ปี แนะนำฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก และเลื่อนเวลาตรวจเป็นทุก2ปีได้นะคะ 

  • Q การรักษาช็อคโกแลตซีสต์ในรังไข่
    05-11-2016 15:38:49

    รบกวนปรึกษาคุณหมอค่ะ ดิฉันอายุ40 ปีโสดเมื่อประมาณปลายปีที่แล้วดิฉันมีอาการปวดท้องประจำเดือนมาก ปวดจนทำงานไม่ได้ จึงไปตรวจพบว่่ามีช็อคโกแลตซีสต์ขนาดประมาณ 3ซม. คุณหมอแจ้งว่าจะทำการรักษาโดยฉีดฮอร์โมนเดือนละเข็ม 9เดือน แต่ดิฉันกลัวน้ำหนักจะน้ำหนักขึ้นอีกเนื่องจากปัจจุบันเป็นโรคปวดหลังเรื้อรัง ประกอบกับว่าพบข้อมูลว่าการฉีดฮอร์โมนจะทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง ดิฉันจึงขอปฏิเสธการรักษา และกินยาสมุนไพรไทยและจีน และปัจจุบันนี้ก็ได้หยุดทานยาแล้ว ซึ่งอาการปวดประจำเดือนปวดน้อยลงไม่ปวดมากเท่าเดิม ดิฉันอยากปรึกษาคุณหมอว่า ถ้าดิฉันไม่รักษาจะเป็นอันตรายหรือไม่ และโรคนี้สามารถรักษาด้วยวิธีใดได้บ้าง และจะหายขาดหรือไม่ ขอบคุณมากค่ะ


    06-11-2016 06:01:55

    chocolate cyst มีการรักษาได้2แบบค่ะคือการผ่าตัด กับไม่ผ่าตัด 

    การผ่าตัด คือการลอกซีสต์ออก และเลาะพังผืดในกรณีมีพังผืดร่วมด้วย หรือบางคนถ้าตัวโรคเป็นเยอะมาก มีการลุกลามของโรคเข้าไปในเนื้อมดลูกด้วย อาจต้องตัดมดลูกร่วมด้วย การผ่าตัดมักจะทำเมื่อมีข้อบ่งชี้้เช่น ปวดมากรักษาด้วยยาไม่หาย มีอาการประจำเดือนออกมากรุนแรง ก้อนขนาดใหญ่ ถ้าเป็นซีสต์เกิน4ซม ถ้าเป็นมดลูกใหญ่เกิน12ซม. หรือถ้าขนาดเล็กแต่สงสัยว่าเนื้อเยื่อนั้นมีมะเร็งแฝงตัวร่วมด้วย

    การรักษาแบบไม่ผ่าตัดมีหลายวิธี ได้แก่

    1.ใช้ยาแก้ปวดบรรเทาอาการ กรณีไม่ปวดมาก

    2.ใช้ยาฮอร์โมนควบคุมซีสต์ ได้แก่ยาฉีดคุมกำเนิด ยาเม็ดคุมกำเนิด หรือห่วงฮอร์โมน

    กรณีที่คุณกลัวเรื่องมะเร็งนั้น โดยปกติโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมจากการฉีดยาหรือกินยาคุม จะเกิดกับกลุ่มคนที่มีพันธุกรรมซึ่งตอบสนองต่อฮอร์โมน เกิดกับคนทั่วไปน้อยมากคือโอกาสเกิด 0.01%ถ้าใช้นานเกิน10ปี และมะเร็งเต้านมเป็นโรคซึ่งเกิดจากปัจจัยอื่นได้อีกมากมาย ผู้หญิงทุกคนไม่ว่าจะใช้ฮอร์โมนหรือไม่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมหลังอายุ30ปี แนะนำให้ตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี เริ่มตรวจแมมโมแกรมเมื่ออายุ35ขึ้นไปทุกปีอย่างต่อเนื่องค่ะ

    ใน3ชนิดของการใช้ฮอร์โมน คือฉีด กิน ห่วงฮอร์โมนนั้น ห่วงฮอร์โมนมีผลต่อมะเร็งเต้านมน้อยที่สุด ยังไม่พลบรายงานการเกิดใะเร็งเต้านมที่สัมพันธ์กับห่วงฮอร์โมนเพราะฮอร์โมนจะถูกปล่อยจากห่วงปริมาณน้อยเฉพาะท่ี่เพื่อรักษาในอุ้งเชิงกรานเท่านั้น

    ถ้าไม่รักษาใดๆเลย ก็สามารถทำได้ แต่ต้องสังเกตุอาการตนเอง หากปวดท้องมากขึ้น ประจำเดือนมากขึ้น ควรพบแพทย์ประเมินการรักษาว่าจำเป็นต้องใช้การรักษาทางใดทางหนึ่งหรือไม่

    chocolate cyst ไม่ใช่มะเร็ง แต่ทำตัวเหมือนมะเร็งค่ะ โรคไม่มีทางหยุดนิ่ง โรคจะดำเนินไปเรื่อยๆ เมื่อตัวโรคไปถึงจุดหนึ่งที่มากขึ้นจำเป็นต้องรักษาต่อในอนาคตค่ะควรตรวจติดตามอย่างน้อยปีละครั้งค่ะ เพราะโอกาสที่ซีสต์จะเป็นมะเร็งคือ 0.1-0.3% ถ้าซีสต์โตเร็ว มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่น่าสงสัย ต้องผ่าตัดพิสูจน์ค่ะ 

    โรคนี้ไม่หายขาดค่ะ เพราะเจริญเติบโตได้ด้วยฮอร์โมนในร่างกาย การรักษาด้วยการตัดทั้งมดลูกและรังไข่เพื่อหยุดฮอร์โมนในร่างกายทั้งหมด หรือถ้าเข้าวัยทองแล้วคือหมดฮอร์โมนแล้ว โรคจึงจะหายขาดค่ะ 

  • Q ขอสอบถามเรื่องโรคPCOSค่ะ
    04-11-2016 09:36:45

    ก่อนที่จะมีบุตร ไม่มีประจำเดือนเลย 1ปี จึงไปตรวจ พบว่าเป็นPCOS เพราะมีถุงน้ำหลายใบในรังไข่ และมีค่าฮอร์โมนLH มากกว่าFSH เกิน2เท่า จึงรักษาโดยการทำiui 1ครั้ง เพื่อมีบุตร ตอนที่บุตรอายุ 1ปี(ให้นมแม่ล้วนและยังไม่มีประจำเดือนเลย) รู้สึกว่าอาการของโรคPCOSกลับมา จึงไปอัลตราซาวด์ช่องท้อง พบว่ามีถุงน้ำหลายใบในรังไข่เช่นเดิม คุณหมอจึงให้ฉีดยาคุมกำเนิด แบบDMPA จากการฉีดDMPAเข็มแรก ผ่านไป1เดือน ประจำเดือนมาประมาน3วัน หลังจากนั้นก็ไม่มีประจำเดือนอีกเลยจนปัจจุบัน ฉีดยาคุมได้3 เข็ม ก็รู้สึกว่าน้ำหนักขึ้น มีสิว ผิวมัน ขนดกอยู่ โดยสิวขึ้นตามคอ ใบหูและแขนด้วย จึงหยุดฉีดยาคุม และมีอาการแบบนี้มาเรื่อยๆ ปัจจุบันยังให้นมบุตร อายุ1ขวบ10เดือนอยู่ อยากทราบว่ามีวิธีรักษาโรคPCOSแนะนำบ้างไหมคะ ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ


    04-11-2016 15:35:43

    pcos เป็นโรคที่ไม่มีทางหายขาดค่ะ เพราะสาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบ ทราบโดยทฤษฎีว่าการทำงานรังไข่ถูกโปรแกรมมาพร้อมกับการเจริญเติบโตของตัวอ่อนเราเองแต่แรกเกิด อาการแสดงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และไม่แน่นอนว่าจะมีอาการแสดงที่อายุเท่าไหร่ อาการแสดงจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน การรักษาคือการประคับประคองให้ได้เป้าหมายที่ต้องการตามแต่อายุของคนไข้ เช่น ถ้าต้องการมีบุตร pcosจะมีปัญหาเรื่องไข่ไม่ตกหรือไม่มีคุณภาพ ก็ใช้ยากระตุ้นไข่ ถ้าต้องการให้ประจำเดือนมาปกติ ต้องใช้ยาฮอร์โมนคุมกำเนิดเข้าควบคุมรอบให้ปกติ แต่กรณีของคุณมีปัจจัยเรื่องการให้นมบุตร จะทำให้ใช้ฮอร์โมนได้จำกัด คือต้องใช้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเท่านั้น ซึ่งถ้าใช้ยาฉีดแล้วมีปัญหาอาจต้องลองเปลี่ยนใช้ชนิดรับประทาน ซึ่งพอจะบรรเทาอาการสิวฝ้าได้บ้าง อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวจะไม่หายมากนัก ต้องรอหยุดให้นมแล้วจึงใช้ฮอร์โมนต้านสิวจากยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมต่อไปค่ะ

  • Q ปวดหน่วงที่ท้องน้อยเวลายกของหนัก หรือออกกำลังขา
    02-11-2016 22:21:38

    เป็นผู้หญิงอายุ 43 ปี ตั้งครรภ์ 2ครั้งมีบุตร 3คนค่ะ (ท้องแรกเป็นฝาแฝด) ช่วง 3-4ปีที่ผ่านมา เวลายกหรือถือของหนัก หรือเมื่อออกกำลังที่เน้นช่วงล่าง เช่น เดิน วิ่ง กระโดด ขี่จักรยาน หลังจากเสร็จจากการออกกำลัง จะรู้สึกปวดหน่วงที่ท้องน้อย บางครั้งจะมีตกขาวไหลออกมาด้วย อยากทราบว่าเป็นข้อสันนิษฐานอาการเบื้องต้นของโรคบางอย่างหรือไม่คะ


    03-11-2016 10:15:53

    เป็นได้ค่ะ โดยทั่วไปคนเราออกกำลังกายแล้วจะมีแค่ปวดกล้ามเนื้อตามร่างกายแขนขา แต่ถ้าชัดเจนว่ามีปวดหน่วงท้องน้อยหลังออกกำลังกายหรือยกของหนัก อาจมีความผิดปกติที่อุ้งเชิงกราน ซึ่งความผิดปกติมีได้ทั้งที่เป็นเล็กน้อยไม่ต้องรักษา แค่พักร่างกายก็หาย กระทั่งเป็นมากถึงกับต้องรักษา อาจต้องถึงการผ่าตัด เช่น มีการอักเสบของอุ้งเชิงกราน ไม่ว่าจะเป็นช่องคลอด ปากมดลูก มดลูก ปีกมดลูก กรณีอักเสบมักจะใช้แค่ยารักษาค่ะ หรืออาจมีก้อนในอุ้งเชิงกราน อาจมีเนื้องอกมดลูก เนื้องอกรังไข่ มดลูกโต หรืออาจมีพังผืดอุ้งเชิงกราน ดังนั้นควรพบแพทย์ตรวจภายในและอาจต้องอัลตราซาวด์ดูอวัยวะในอุ้งเชิงกรานเพื่อหาสาเหตุและรักษาค่ะถ้าตรวจแล้วไม่พบความผิดปกติใดๆเลยดังกล่าว อาจเป็นแค่กล้ามเนื้อหน้าท้องหรือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเกร็งตัวและเกิดการอักเสบ เหมือนเช่นกล้ามเนื้อตามร่างกายอักเสบทั่วไป ก็แค่พักร่างกาย งดออกกำลังกาย งดยกของหนัก1-2สัปดาห์ค่ะ

  • Q คุมกำเนิดขณะให้นม
    01-11-2016 13:02:01

    สวัสดีค่ะ สอบถามเรื่องยาคุมขณะให้นมบุตรที่ไม่ทำให้อ้วนและน้ำนมไม่หดค่ะ แบบกินหรือฉีดดีคะ ถ้าแบบกินมีแนะนำมั้ยคะ แต่ใจอยากฉีดค่ะเพราะกลัวลืมกิน รบกวนคุณหมอแนะนำด้วยค่ะ


    01-11-2016 15:46:56

    ยาคุมขณะให้นมใช้ได้แบบเดียวคือฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนค่ะ ได้ทั้งกินและฉีดค่ะ ยาฉีดข้อดีคือ ไม่ต้องกลัวลืม ฉีดแล้วออกฤทธิ์นาน 12สัปดาห์ หรือประมาณ3เดือนค่ะ ยากินมี 2 ยี่ห้อค่ะ ชื่อ exluton กับ cerazette ตัวแรกเป็นตัวเก่า หาซื้อได้ง่าย ตัวที่สอง เป็นตัวใหม่ ช่วยเรื่องควบคุมน้ำหนัก ไม่ทำให้บวมนำ้มากนัก แต่ตัวแรกก็ไม่ได้มีผลตรงนี้เยอะนะคะ ช่วยลดสิวลดหน้ามันได้เล็กน้อย หาซื้อได้เช่นกัน แต่อาจจะต้องเป็นร้านขายยาขนาดใหญ่หรือตามรพ.ค่ะ 

  • Q ตั้งครรภ์ที่เป็น Neural tube defect
    31-10-2016 20:58:12

    ดิฉันมีคำถาม 2 ส่วนนะคะคุณหมอ 1. ดิฉันตั้งครรภ์แรกเมื่อปีที่แล้วตอนอายุ 32 ปี ตรวจพบว่าน้องเป็น spina bifida ทำให้ต้องยุติการตั้งครรภ์ ในช่วงก่อนตั้งครรภ์ได้ทานโฟลิคติดต่อกันเป็นเวลา 5 เดือน ในปริมาณ 500 ไมโครกรัม ทุกวัน แต่น้องก็ยังเป็น คุณหมอท่านแนะนำให้ทาน โฟลิคเพิ่มเป็น 5 มิลลิกรัม (10 เท่า) ดิฉันทานมา ครบ 1 ปีพอดี แล้วก็ตั้งครรภ์ที่ 2 ขึ้น แต่จากการตรวจล่าสุด หมอพบว่าน้องมีโพรงในสมองกว้างผิดปกติ ตอนนี้อายุครรภ์ 8 สัปดาห์ ค่อนข้างกังวลมากเลยค่ะ อยากทราบว่า หากท้องนี้ต้องยุติการตั้งครรภ์อีก ดิฉันยังควรจะพยายามมีบุตรต่อไปมั้ยคะ เพราะเหมือนโฟลิคก็ไม่ช่วยอะไร โอกาสที่จะมีบุตรปกติพอจะมีมั้ยคะ 2. ในการตรวจครรภ์ครั้งนี้คุณหมอพบว่า มดลูกมีผิวไม่เรียบ ท่านว่าน่าจะมีเนื้องอกมาก่อน คือดิฉันสงสัยว่า ทั้งๆที่ดิฉันเพิ่งตรวจภายในและอัลตร้าซาวนช่องท้องไปเมื่อเดือน พ.ค. หรือ ประมาณ 6 เดือนก่อน ก็ปกติทุกอย่าง เนื้องอกมันเกิดจากอะไรคะ ทำไมอยู่ดีๆก็เป็น รอบเดือนดิฉัน 28-32 วัน ประจำเดือนมา 5-6 วัน มามากแค่ 2วันแรก (2 แผ่น) ปวดประจำเดือนแค่ วันแรก ไม่เคยต้องทานยา และสามารถทำงานได้ปกติ ไม่เคยมีเลือดออกระหว่างเดือน เนื่องจากแค่จะพยายามมีลูกที่ปกติสำหรับดิฉันยังยากเลย ถ้ามดลูกผิดปกติอีก ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ กำลังคิดว่าหรือควรทำใจ แล้วตัดมดลูกไปเลยดี.


    01-11-2016 12:49:16

    โรคที่เกี่ยวกับ spinabifida เกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งที่เกี่ยวกับ ขาดวิตามินโฟลิคแอซิด พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และ ที่ไม่พบสาเหตุ พบว่าคนที่เคยเป็น spinabifida, มีแม่เคยเป็นโรค, มีพี่น้องท้องเดียวกันเป็นโรค, เคยท้องที่ลูกเป็นโรค พวกนี้เมื่อท้องหรือท้องอีกมีโอกาสพบว่าลูกในท้องเป็นโรคมากกว่าคนทั่วไป. แม่ทานยาพวกเกี่ยวกับจิต ประสาทประจำ ก็มีส่วนให้ลูกเป็นโรคนี้

    ตอบคำถามแรก โอกาสที่ท้องต่อไปจะปกติมีได้ครับ โอกาสเป็นซ้ำก็มีได้ ต้องเสี่ยงเอา อนึ่งท้องนี้จากอัลตร้าซาวตอน8สับดาห์อาจพบถุงนำ้สมองเด็กค่อนข้างโตมากได้ในเด็กปกติ น่าจะรอถึง12สัปดาห์ค่อยตัดสิน ควรทำใจให้สงบค่อยดูไปอาจจะโชคดีไม่ใช่ก็ได้

    ตอบคำถามที่สอง เนื้องอกมดลูก ถ้าก้อนเล็กๆก็อาจตรวจไม่พบ พอตั้งท้องฮอร์โมนทำให้มันมีขนาดใหญ่ขึ้นบ้างจึงตรวจพบได้ กรณีนี้มันจะโตขึ้นถึงระดับหนึ่ง(ไม่มาก)แล้วหยุดโต มักท้องต่อได้ไม่มีปัญหายกเว้นว่าก้อนไปอยู่ในโพรงมดลูกเป็นส่วยใหญ่จึงอาจทำให้มีปัญหาเรื่องแท้งหรือคลอดก่อนกำหนด อีกประการหนึ่งผนังมดลูกตอนท้องใหม่ๆอาจหนาไม่เท่ากันทำให้สำคัญผิดเป็นเนื้องอกได้ จึงแนะนำให้ใจเย็นๆไปก่อน ค่อยๆติดตามดู ว่ากันว่าความสมบูรณ์(ความสงบ)ของจิตใจแม่มีส่วนต่อความสมบูรณ์ของลูกด้วย จึงควรลดความวิตกกังวลค่อยๆติดตามดูอย่างมีสติครับ

  • Q ประจำเดือนมาน้อย
    31-10-2016 16:07:26

    คุณหมอคะ ประจำเดือนมาน้อยมากค่ะ มาเดือนละ 1 วัน และ ไม่เยอะด้วยค่ะ เป็นแบบนี้มาประมาณ 8 ปีแล้วค่ะ และมันเกี่ยวกันมั้ยคะ กับการที่ทำให้มีบุตรไม่ได้น่ะค่ะ เคยไปตรวจภายใน ทุกอย่างปกติดีค่ะ อยากให้ประจำเดือนมาเยอะๆค่ะ ต้องทำอย่างไรบ้างคะ ขอบคุณค่ะ


    31-10-2016 17:01:58

    ประจำเดือนมาน้อยอาจปกติหรือผิดปกติก็ได้ค่ะ ถ้ามีอาการร่วมกับประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ อาจบ่งชี้เรื่องรังไข่ทำงานผิดปกติ ซึ่งจะเกิดการตกไข่ที่ไม่สมบูรณ์ โยงถึงการมีบุตรยากได้ค่ะ ถ้าไม่มีความต้องการมีบุตร ตรวจกับสูตินรีเวชทั่วไปแล้วแล้วไม่เจอโรคชัดเจน ไม่ต้องทำอะไรค่ะ ให้ตรวจติดตามปีละครั้งไปเรื่อยๆ ถ้าต้องการมีบุตร ควรตรวจละเอียดกับแพทย์เฉพาะทางด้านการมีบุตรยาก เพื่อประเมินภาวะไข่ตก ว่าสามารถตกไข่ได้เองไหม หรือจำเป็นต้องช่วยด้วยยากระตุ้นไข่ค่ะ

Loading ...
Success